แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ mycobacterium tuberculosis แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ mycobacterium tuberculosis แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

Plasmacluster air sterilizer ในการป้องกันการรับเชื้อวัณโรค สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

วัณโรคเป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ได้เฉพาะกับคนไข้ที่ติดเชื้อเท่านั้น ลามระบาดไปยังคนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อวัณโรค ที่แพร่กระจายได้ทางอากาศ ในรูปของการหายใจ ไอ จาม

นอกเหนือไปจากนี้ เชื้อวัณโรคยังมีการพัฒนาต้านทานยารักษา และฝังตัวอยู่ในร่างกายคนได้นานถึง 15 ปี เมื่อไหร่ที่ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ก็ออกมาแสดงฤทธิ์เดชได้

เชื้อวัณโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Mycobacterium Tuberculosis ที่สามารถรักษาได้ ด้วยการกินยาทุกวันต่อเนื่องนาน 6 เดือน แต่พบว่าผู้ป่วยละเลยการรักษา หรือกินยาไม่ต่อเนื่อง มีผลให้การแพร่เชื้อวัณโรคเกิดขึ้นยังบุคคลอื่น รวมถึงการที่เชื้อดื้อยา เริ่มพบมากขึ้น

การทดสอบโดย WHO Global Health Workforce Alliance National Center of Tuberculosis and Lung Diseases ในประเทศ Georgia ร่วมกับ บริษัท ชาร์ป เป็นการทดสอบความสามารถของเทคโนโลยี่พลาสม่าคลัสเตอร์ ที่มีต่อการป้องกันลดความเสี่ยงของการติดเชื้อวัณโรคในโรงพยาบาล

ทดสอบด้วยการติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อโรคทางอากาศระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ที่รักษาระดับไอออนเฉลี่ยที่เข้มข้นระดับ 100,000 ions/cc. ในชั้นที่ทดสอบ โรงพยาบาลรักษาคนไข้วัณโรค ตรวจเช็คเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยการตรวจเชื้อวัณโรคแบบ QFT จำนวน 88 คน พบว่ามี 32 คนที่ไม่มีผลบวกต่อการตรวจหาเชื้อ ได้แยกกลุ่มเจ้าหน้าที่ตัวอย่างมาทำงาน ในพื้นที่ปรกติ เทียบกับ ในพื้นที่ๆมีเครื่องพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้นติดตั้งอยู่่

พบว่า ในพื้นที่ทำงานปรกติ มีเจ้าหน้าที่ที่ตรวจพบผลบวกต่อเชื้อ มากกว่า ในพื้นที่ทำงานติดตั้งเครื่องพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้น โดยลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อวัณโรค ได้ถึง 75% ของกลุ่มเจ้าหน้าที่ทดสอบทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบว่า ระบบพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้น ส่งผลอย่างไรต่อเชื้อวัณโรคที่ดื้อยา

แพทย์วิจัยได้ทำการคัดเลือก คนไข้ที่มีเชื้อวัณโรค 49 คนจาก 155 คน หลังจากที่มีการทำ Drug Susceptibility Testing (DST) ยืนยัน 2 ครั้ง ห่างกัน 3 เดือน ในจำนวน 49 คนนี้ พบว่า คนไข้วัณโรคที่อยู่ในพื้นที่ปรกติ มีเชื้อวัณโรคที่ดื้อยาสูงกว่า คนไข้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตั้งเครื่องพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้น

โดยเทียบผลลัพธ์ออกมาคือ พื้นที่ทำงานติดตั้งเครื่องพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้น จะป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยาได้ 78%

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

“วัณโรค” โรคร้าย..ติดง่ายไม่รู้ตัว

วัณโรคโรคร้าย..ติดง่ายไม่รู้ตัว

ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของประชากรทั่วโลกติดเชื้อวัณโรคแล้ว ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 22 ประเทศ ที่มีผู้ป่วยวัณโรคมากติดอันดับโลก โดยไทยมีผู้ติดเชื้อวัณโรคประมาณ 25 ล้านคน และมีผู้ป่วยราว 90,000 คน ในจำนวนนี้ 40,000 คนเป็นผู้ป่วยเสมหะพบเชื้อ (ร้อยละ 44) สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ผ่านทางการไอ จาม พูดคุย จนเชื้อล่องลอยไปในอากาศ ทุกคนจึงมีโอกาสได้รับเชื้อวัณโรคตลอดเวลา



ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อ 1 ราย ถ้าไม่ได้รับการรักษา สามารถทำให้คนรอบข้างติดเชื้อได้ 10 -15 คนต่อปี และ 17% ของผู้ป่วยวัณโรคมีการติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย

วัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส” (Mycobacterium Tuberculosis) ที่มีขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ทำให้มีการอักเสบในปอด หรือในอวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น ต่อมน้ำเหลือง เยื่อหุ้มสมอง กระดูก

วัณโรคสามารถเป็นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหามากในปัจจุบัน คือ วัณโรคปอด

ปัจจัยสำคัญต่อการป่วยเป็นวัณโรค
- อยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค เช่น พักอาศัยบ้านเดียวกัน ทำงานร่วมกัน
- ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี หรือป่วยเป็นโรคเอดส์
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคตับ หรือโรคไต
- ผู้ป่วยที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกันนานๆ เช่น ยากลุ่มสเตรียรอยด์
- การจัดลักษณะที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา หรือสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
- การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และการเสพสารเสพติด

อาการ
- ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
- ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ หรือไอมีเสมหะปนเลือด
- เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ
- มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรขณะป่วยและรักษา
- ใช้ผ้าผิดปากและจมูก เวลาไอหรือจามเพื่อป้องกันมิให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น
- กินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง จนกว่าแพทย์สั่งหยุดยา
- เมื่อกินยาประมาณ 2 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้นห้ามหยุดยาเป็นอันขาด จะทำให้เชื้อโรคดื้อยาและรักษาหายยาก
- กินอาหารได้ทุกชนิดที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ
- จัดสถานที่พักอาศัยให้อากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดส่องถึง
- ควรงดเหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติดทุกชนิด
- ควรนำผู้สัมผัสโรคร่วมบ้าน หรือผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยเฉพาะเด็กไปรับการตรวจร่างกายตามโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง
- บ้วนเสมหะลงในภาชนะหรือกระป๋อง แล้วเทลงในส้วม ฝังดิน หรือนำไปเผา

อาการที่อาจพบจากการกินยารักษา
- คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ
- เบื่ออาหาร เหนื่อยหอบ
- ตับอักเสบ(ตัวเหลือง ตาเหลือง)
- ผื่นคันตามตัว
- ปวดข้อ
- อาการตามัว

เมื่อไรควรตรวจหาวัณโรค
- ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
- มีไข้ต่ำตอนบ่ายๆ หรือค่ำ
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย
- เจ็บหน้าอก เหนื่อย หอบ
- เมื่อมีญาติหรือผู้ใกล้ชิดป่วยเป็นวัณโรคปอด
- ตรวจสุขภาพประจำปี กรณีไม่มีอาการ แต่ถ้าภาวะภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นโรคเบาหวาน ติดสารเสพติดหรือติดเชื้อเอดส์ ควรตรวจทุก 3-6 เดือน
- เพื่อใช้ประกอบการขอใบรับรองแพทย์

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรไม่ให้เป็นวัณโรค
- ควรตรวจเช็คร่างกาย โดยการเอ็กซเรย์ปอดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- นำเด็กแรกเกิดไปรับการฉีดวัคซีนบีซีจี ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
- หากมีอาการสงสัยป่วยเป็นวัณโรค ควรรีบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และกินอาหารที่มีประโยชน์
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ ซึ่งจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลง มีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้ง่ายขึ้น

วัณโรครักษาหายได้
ปัจจุบันมียารักษาวัณโรคหลายชนิดที่ให้ผลดี การรักษาจะได้ผลดีต่อเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลาเพียง 6-8 เดือนเท่านั้น รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและมีวิตามิน เพื่อช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค  หากผู้ป่วยวัณโรคไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ขาดยา หรือกินยาไม่ต่อเนื่อง จะทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยา ยากต่อการรักษา และอาจแพร่เชื้อวัณโรคดื้อยาสู่ผู้อื่น

วัณโรคกับเอดส์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- การติดเชื้อเอดส์ ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมากกว่า ผู้ที่ไม่ติดเชื้อเอดส์
- วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในผู้ป่วยเอดส์
- ผู้ติดเชื้อเอดส์ ที่ป่วยเป็นวัณโรคมีสถิติการเสียชีวิตมากกว่าผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ไม่ป่วยเป็นวัณโรค

5 facts about tuberculosis – a disease that still kills millions

5 facts about tuberculosis – a disease that still kills millions

The infectious disease is one of the world's top killers, disproportionately affecting people in poorer countries, with more than 95% of TB deaths occuring in countries with low and middle incomes.



Here are 5 fast facts you may not know about the disease:

1. One-third of the world’s population is infected with TB.
2. Almost 10 million people around the world became sick with TB in 2014.
3. In the same year there were 1.5 million TB-related deaths.
4. TB is a leading killer of people who have HIV.
5. A total of 9,421 TB cases were reported in the United States in 2014. A 1.5% decline from 2013.



So, what is TB?
According to the WHO, tuberculosis is caused by airborne bacteria that most often affects the lungs. It is both curable and preventable, but in 2014 it caused the deaths of 1.5 million people.
The disease can be latent, meaning people are infected with it but have not yet fallen ill and aren't likely to transmit it. Once infected, people have a 10% risk of falling ill with TB. Those with a compromised immune system are at a higher risk.

How is the world tackling it?
Since 2000 more than 43 million lives have been saved through effective diagnosis and treatment.

Ending the TB epidemic by 2030 is a health target under the Sustainable Development Goals, following a global failure to achieve the Millennium Development Goal of reversing the TB epidemic by 2015.

Although TB occurs across the world, the largest number of new cases in 2014 occurred in South-East Asia and the Western Pacific Regions. However, Africa has the highest proportion of cases per 100,000 population.

The WHO implemented an End TB Strategy in 2014, which is described as a “blueprint for countries to end the TB epidemic by driving down TB deaths, incidence and eliminating catastrophic costs”.

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

#Plasmacluster ions were tested against #tuberculosis (one type of bacteria strain) and found that the ion can kill #Mycobacterium tuberculosis. The #tuberculosis can be spreaded in the air so it is easy for germ contamination. The patients may show the symptom or no show upon the stage. Although there is no show of symptom, they can also be carrier pass through other people. The #Plasmacluster air sterilizer is a choice as the moment and the high concentration of #Plasmacluster ion are more effectiveness in case of #tuberculosis. 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Abstract :  Chuchottawon C* , Punyasophan J** . Efficiency of plasmacluster in killing culture Mycobacterium tuberculosis on media. Thai J Tuberc Chest Dis Crit Care 2010; 31:82-89


*Department of Chest Medicine, ** Department of Pathology, Chest Disease Institute.

Prevention of tuberculosis transmission in patients’s surrounding environment can be achieved by early diagnosis and starting potent short course anti-tuberculosis drugs. And environmental engineering control could be done ventilation, ultraviolet germicidal irradiation and filtered air throught HEPA filter. An Innovation of plasmacluster ion generator has been proved to be effective in killing many viruses, bacteria and moulds in the air but there was no study in Mycobacterium tuberculosis.

Objectives :  To study the efficiency of plasmacluster ion in killing standard strain (H37Rv) and patients’ isolated strains of Mycobacterium tuberculosis in laboratory and time to kill studied strains.

Method :  Standard (H37Rv) and 50 patients’ isolated strains of Mycobacterium tuberculosis were tested in tuberculosis laboratory, department of Pathology. Standard strain was tested for three times. All strains were prepared as suspension of McFarland turbidity scale No.1 and diluted to 1:100 and 1:10,000. The control medium was placed in safety carbinet and not exposed to plasmacluster ions. After exposure, all media were continued incubation and reading of growth of Mycobacterium tuberculosis was done after 3 weeks.

Result :  Standard strains (H37Rv) was not grown after 30 minutes exposure to plasmacluster ions. For patients’ isolated strains, Mycobacterium tuberculosis strains were not grown in 4 (8%) , 4 (8%) , 9 (18%) and 19 (38%) after exposure time of 15, 30, 45 and 60 minutes respectively. 14 strains were still able to grow after expose to 60 minutes but the number of colonies was decreased.

Conclusion :  Plasmacluster ions can kill Mycobacterium tuberculosis on culture media. The ability of plasmacluster ions to kill Mycobacterium tuberculosis in aerosol should be warranted by further study.





#plasmacluster #tuberculosis
#mycobacterium tuberculosis
#kill #test